คู่รักหญิงรักหญิง same-sex couple bangkok thailand patricia wiphasiri #resilientreflection

สัมภาษณ์ คู่รักหญิงรักหญิง คุณแพท+คุณจ๊อบ

Wonders & Weddings ร่วมกับทีมงานบริการงานแต่งงานที่ต้อนรับคู่รัก LGBTQ+ ได้สร้างสรรค์ wedding styled shoot ที่เป็นการถ่ายแบบจำลองงานแต่งงาน คู่รักหญิงรักหญิง เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดงานแต่งงานด้วยพิธีที่ไม่อิงศาสนา นำประเพณีมาปรับให้โมเดิร์นขึ้นโดยยังคงความหมาย สไตล์งานแต่งงาน humanist wedding

เรามีความตั้งใจที่อยากสนับสนุนให้คู่รัก LGBTQ+ เชื่อมั่น ว่าความฝันในการจัดงานแต่งงานของคุณกับคนที่คุณรักนั้นสามารถเป็นจริงได้ ด้วยพิธีแต่งงานที่เป็นกลางทางเพศ และทีมงานที่ให้บริการด้วยความเคารพและความเข้าใจ คุณแพทและคุณจ๊อบ เจ้าสาวทั้งสองคนของเรา ได้มาแบ่งปันประสบการณ์และความรู้สึกในการร่วมงานครั้งนี้ พร้อมกับความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เราทุกคนอยากให้มีขึ้นในประเทศไทย

เล่าประสบการณ์จาก Wedding Styled Shoot

คุณแพท: เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสนุกมากเลยค่ะ ตื่นเต้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับคุณปีใหม่ซึ่งเป็น Wedding Planner ได้ฟัง Concept ของการถ่ายทำยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นรูปแบบที่ชอบโดยส่วนตัว เพราะเน้นคู่แต่งงาน และตัวตนของเราจริงๆของเรา ประทับใจในความตั้งใจของทีมงานทุกคน

คุณจ๊อบ: จ๊อบไม่เคยทำงานถ่ายแบบในลักษณะนี้มาก่อน รู้สึกเป็นเกียรติจากคุณปีใหม่ที่ได้รับการตอบรับให้มาร่วมงาน และนับเป็นสิ่งท้าทายใหม่ของตัวเองในการที่จะช่วยทำให้งานลุล่วงด้วยดี หลังจากจบงานรู้สึกพอใจกับทุก ๆ อย่าง ทั้งทีมงานและการถ่ายทำ รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ styled shoot นี้ค่ะ

ความประทับใจจากการทำงาน

คุณแพท: คุณปีใหม่มีการจัด Workshop ก่อนการถ่ายทำจริง ปรับความเข้าใจให้ทีมงานมีพื้นฐานความเข้าใจทั้งในคอนเซ็ปต์ของงานที่เป็นแบบคู่แต่งงาน LGBTQ+ และรูปแบบงานที่เป็นแบบ Humanist Wedding ทำให้ทุกคนรู้จักกัน คุ้นเคยกันมากขึ้น เข้าใจหน้าที่ เข้าใจลำดับงาน และยินดีที่จะช่วยเหลือกันและกันมากยิ่งขึ้น

คุณจ๊อบ: ชอบที่เป็นการจัด shoot ที่มีการเตรียมงานเสมือนจริง ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนถ่ายงาน มีการกำหนดคุณสมบัติของนางแบบว่าเป็นคู่รักจริง เพื่อความเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็ขอบคุณมาก เพราะมันทำให้เราได้มาร่วมงานด้วยจุดนี้ ขั้นตอนการทำงานทุกคนมีความมืออาชีพและทุ่มเทมาก และทีมงานทุกคนมีหัวใจประชาธิปไตยด้วยค่ะ

สิ่งที่ให้ความสำคัญในความรักและความสัมพันธ์

คุณแพท: ความเข้าใจและความเชื่อใจกัน

คุณจ๊อบ: ความเชื่อใจ สบายใจ ยอมรับกันและกันทั้งข้อดีและข้อเสีย

ความรู้สึกเมื่อพูดถึงการจัดงานแต่งงาน

คุณแพท: ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะจัด อย่างแรกแพทมองว่าเป็นการฉลอง อย่างที่สองคือเป็นการประกาศให้สังคมรับรู้ว่าสองคนมาใช้ชีวิตร่วมกัน ตอนนี้มีความเปลี่ยนแปลงในด้านความคิด เพราะว่าถ้าเจอคนที่อยากแต่งงานด้วยก็อยากแต่งเหมือนกันค่ะ

คุณจ๊อบ: ตอนแรกก็เฉยๆ เราไปงานแต่งงานน้อย ส่วนใหญ่เราไปตามพ่อแม่แล้วไม่ได้รู้จักคู่แต่งงานเค้าเป็นการส่วนตัว ก็เลยไม่อินเท่าไหร่ ถ้าเรารู้จักสักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันจะอิน มีเพื่อน LGBTQ+ ที่จัดงานแต่ง เราก็รู้สึกว่าดีเหมือนกัน แต่ตอนนั้นคิดว่ามันไกลตัวไปมั้ง มันยังจินตนาการภาพไม่ออกว่าเป็นยังไงถ้าเกิดเป็นเราบ้าง แต่ตอนนี้รู้สึกว่าถ้าได้แต่งจริง ๆ ก็ดีนะ

ประสบการณ์จากงานแต่งงาน LGBTQ+

คุณแพท: ในชีวิตแพทยังไม่เคยมีโอกาสได้เข้าร่วมงานแต่งงาน LGBTQ+ จริงๆ แต่มีโอกาสได้มีเพื่อนสนิท คนใกล้ชิด คนรอบตัวที่เป็นคู่รัก คู่หมั้น ที่เตรียมวางแผนจะแต่งงาน ซึ่งในมุมมองแพท คิดว่างานแต่งงานเป็นงานที่แสดงถึงความรักของคู่แต่งงาน ที่คนรอบตัวที่เขารัก ทั้งเพื่อนๆ ครอบครัว ยินดีในงานแต่งงาน และพร้อมจะสนับสนุนความรักของทั้งคู่ อยากให้งานแต่งงาน LGBTQ+ เป็นงานที่สังคมยอมรับอยากให้สังคมยินดีกับทุกความรัก ทุกการแต่งงาน พร้อมผลักดันให้การแต่งงานเป็นงานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีความรักค่ะ

ความสัมพันธ์ คู่รักหญิงรักหญิง ที่อยากให้สังคมเข้าใจ

คุณแพท: เรื่องแรกคือการแสดงความเป็นตัวเราในแง่ sexuality รู้สึกว่าแม้จะมี Pride Month หรือ Coming Out Day, ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจริง ๆ ว่าเราชอบแบบไหน ไม่ใช่แค่ LGBTQ+ แต่หมายถึงทุกเพศ อยากให้มีการแสดงความเป็นตัวเองแล้วไม่ถูกตัดสิน มีพื้นที่ให้แสดงออก อยากให้สังคมยอมรับในเรื่องนี้ รู้สึกว่าสังคมไม่ต้องไปบอกก็ได้ว่าเป็นแบบไหน ถ้าเค้าบอกว่าเป็นอะไรก็ยอมรับแบบนั้น

คู่รัก LGBTQ+ ก็เหมือนคู่รักทั่วไปค่ะ ซึ่งการที่เราเจอคนที่เรารัก เจอคนที่เข้าใจเรา เจอคนที่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน ก็เป็นเรื่องดี เนื่องจากคนใกล้ตัวแพทเคยประสบปัญหาที่แอบชอบใครสักคน แต่คนนั้นเป็นเพศเดียวกัน แล้วพอเล่าให้ใครฟังเพื่อนก็ไม่ยินดี ไม่สนับสนุน อยากให้ทุกคนยินดีกับทุกความรักที่เกิดขึ้น ยินดีรับฟังเรื่องราว ยินดีกับการแสดงความรัก เพราะความรักก็คือความรักค่ะ

สุดท้ายคือเรื่องกฎหมาย การอยู่ร่วมกันต้องมีกฎหมาย เพราะมันโยงไปถึงทุกอย่างที่ทำให้ชีวิตราบรื่น เช่น การทำประกัน สวัสดิการ การเจ็บป่วยหรือการตาย เราเป็นประชากรที่อาศัยอยู่บนโลก หรือบนประเทศคนหนึ่งเช่นกัน คู่รัก LGBTQ+ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนสองคนอาศัยอยู่ร่วมกัน เมื่อบางคนเจ็บป่วย หรือแม้กระทั่งตายจาก อีกคนจะไม่สามารถช่วยเหลือได้ ก็คงเป็นเรื่องทุกข์ใจมากค่ะ

คุณจ๊อบ: สังคมไทยอาจจะยังไม่คุ้นชินกับคู่รักเพศเดียวกันที่คบกันอย่างเปิดเผย อาจด้วยสภาพสังคมและวัฒนธรรมทางเอเชียที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าครอบครัว ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ต้องแต่งงานออกเรือนให้ผู้ชายมาดูแล ดังนั้น พอเจอคู่รักที่เป็นผู้หญิงกับผู้หญิงก็อาจจะมีคำถามว่าจะดูแลกันเองได้อย่างไร อยากให้เข้าใจว่าสภาพสังคมปัจจุบันก็เปิดโอกาสให้ผู้หญิงดูแลตัวเองได้ดีขึ้นแล้ว ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะใช้ชีวิตคนเดียว หรือมีคู่ชีวิตที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน หากเขามีศักยภาพพอ ก็ย่อมสามารถดูแลตัวเอง ดูแลผู้อื่น ทำประโยชน์ต่อสังคมได้เหมือนกัน

งานแต่งงาน Humanist Wedding สำหรับ คู่รัก LGBTQ+

คุณแพท: อันนี้คิดว่างานแต่งงาน humanist wedding น่าจะทำให้ LGBTQ+ อยากแต่งงานมากขึ้นเพราะไม่มีพิธีศาสนา ถ้าเราจัดงานแต่งเพื่อคู่แต่งงานจริง ๆ คนก็อยากแต่งงาน ที่จริงหลายคนอาจจะอยากแต่งงานก็ได้ แต่กลัวว่าจะต้องจัดงานแบบเดิม ทำให้คนอยากแสดงวามรักมากขึ้น เน้นตัวตนของเราจริง ๆ

คุณจ๊อบ: คิดว่าเหมาะมาก มันไม่ได้เป็นแค่ประเพณีตามธรรมเนียม ที่พอมีความเชื่อเรื่องศาสนา บางศาสนามองว่าเป็นเรื่องผิดบาป แต่พอเป็น humanist ก็สามารถจัดได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเพศสภาพ

ความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียม

คุณแพท: แพทสนับสนุนกฎหมายและสิทธิพึงได้รับในเรื่องสมรสเท่าเทียมมากๆ เพราะความรัก หรือการแต่งงาน เป็นเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้น ที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกัน รักกัน สนับสนุนการดำเนินชีวิตให้แก่กันและกัน คู่รัก LGBTQ+ ก็เป็นพลเมืองที่ดี ทำงานสุจริต จ่ายภาษีเช่นเดียวกับคู่แต่งงานที่เป็นผู้หญิงและผู้ชาย เขาก็พึงจะได้รับสิทธิตามกฎหมายเช่นกัน จึงอยากเป็นอีกหนึ่งเสียง ที่อยากให้ทุกคนลงความเห็นช่วยกันสนับสนุน “สมรสเท่าเทียม” ซึ่งเป็นสิทธิและหน้าที่ที่มนุษย์ทุกคนพึงจะได้ ให้เกิดความเท่าเทียมอย่างแท้จริงค่ะ

คุณจ๊อบ: มีคู่รัก LGBTQ+ ที่เป็นคนข้ามเพศทั้งคู่ ในแง่กฎหมายปัจจุบันก็จดทะเบียนได้ แต่มีหลายคนที่อยู่ด้วยกัน แล้วป่วย ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ก็เป็นความท้าทายในการใช้ชีวิตคู่ เราก็มองว่าตรงนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมต้องรองรับ มันคือการใช้ชีวิตของคนสองคนจริง ๆ และการใช้สิทธิแบบคนทั่วไป

และกฎหมายนี้มีผลเรื่องการตัดสินใจทางการแพทย์ ก็ขอตอบในฐานะแพทย์เลยที่มองว่าต้องให้เค้ามีสิทธิ์ในการตัดสินใจ จ๊อบเห็นด้วยกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคู่สมรส โดยไม่คำนึงถึงเพศสภาพของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย ในการเข้าถึงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของคู่สมรสที่พึงมีพึงได้

งานแต่งงาน คู่รักหญิงรักหญิง ชายรักชาย และคู่รักทุกเพศ

เราหวังว่า Styled Shoot ชุดนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคู่รักเพศเดียวกัน และคู่รัก LGBTQ+ ในประเทศไทย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงธุรกิจในอุตสาหกรรมการแต่งงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ให้มีส่วนร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม และการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
ข้อมูลงานแต่งงานสำหรับคู่รัก LGBTQ+
บทความงานแต่งงาน LGBTQ+
ชมภาพจาก Wedding Styled Shoot

หากคุณพร้อมแล้วที่จะวางแผนจัดงานแต่งงาน LGBTQ+

รายชื่อทีมงาน LGBTQ+ Friendly

เจ้าสาว Patricia Wiphasiri⁠ | เวดดิ้งแพลนเนอร์  Wonders & Weddings⁠ | รันคิว Nainoi Vorapat | จัดดอกไม้ Wildflora Studio⁠ | ขันหมากให้เช่า Dreamista Studio | ช่างภาพ Blanche Gallery | ภาพฟิล์ม Khungee Photography | ชุดเจ้าสาว Vows by Wasawat⁠ | รองเท้าเจ้าสาว Bo & Ob Shoes | แต่งหน้าเจ้าสาว Pare Maneechan With Love & Makeup | ทำผมเจ้าสาว Joe Hair Stylist⁠ | พร็อพและของตกแต่ง Studio Tandem | การ์ดแต่งงาน Typer | เทียนของชำร่วย Billy Billies | สถานที่ Red Hall Studio

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *